12 conditions you need to know before become an architect

คิดอยากจะเป็น สถาปนิก คุณมีครบ 12 ข้อนี้หรือยัง
คิดอยากจะจ้างสถาปนิกทำงานให้
เค้ามี…..ครบ 12 ข้อนี้รึยัง ………?????

 

เคยมีคนมาบอกคุณมั้ยครับว่าจะเป็น สถาปนิก ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง หรือในมุมมองของลูกค้า เคยมีใครมาบอกคุูณมั้ยครับว่าการที่คุณจะหา สถาปนิก ออกแบบบ้าน อาคาร ต่างๆ เขาความมีคุณสมบัติอะไร

วันนี้ผมเองไม่ได้อ้างอิงทฤษฎีตายตัวอะไรครับ เพียงแต่รวบรวมจากประสบการณ์ของผม

ตลอดระเวลาการทำงาน เกือบ 2 0ปี ในอาชีพสถาปนิก ว่าสถาปนิกที่ดี ต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง

 

 

“12 ต้อง หากคุณเป็น สถาปนิก”
—– i am Architect —–

1)ต้องตรงเวลา คนเก่งแต่ไม่ใส่นาฬิกา ตายหมดแล้วครับ…

การตรงต่อเวลาไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนผมว่าก็ควรตรงต่อเวลานะครับ

ไม่เฉพาะอาชีพสถาปนิกอย่างเดียว ผมเองเป็นคนที่เมื่อนัดกับลูกค้าครั้งใดผมจะมาก่อนเวลานัดเสมอ ไม่ใช่เพื่อผมต้องการแสดงความตรงต่อเวลาครับ แต่นั้นหมายถึงควาใส่ใจที่ผมมีต่องานของลูกค้าครับ

2)ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี

ศึกษาความต้องการลูกค้า แสดงความคิดเห็นให้เค้าตัดสินใจ….

หลายสิ่งหลายอย่างของงานออกแบบ ที่เจ้าของงานไม่รู้ มุมมองการออกแบบ หรือแม้กระทั้ง เรื่องวัสดุอุปกรณ์ ที่เจ้าของงานมักจะมองแค่ความสวยงาม แต่ในมุมของสถาปนิก มันมากกว่าความสวยงาม นี่แหละครับที่คุณต้องให้คำแนะนำให้คำปรึกษา ในความเหมาะสมต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในงานของลูกค้า สำหรับผมแล้ว ผมไม่เพียงมองแค่เรื่องของการออกแบบให้เหมาะสมเท่านั้นครับ ผมมองไปถึงจุดขาย หรือที่เรียกว่าความแตกต่างครับ ไม่เหมือนใคร ยิ่งถ้าเป็นการออกแบบเชิงพาณิชย์แล้ว ผมมักจะให้ฝ่ายการตลาดของผมมาชี้แนะมุมมองด้าน Marketing เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในงานให้มากที่สุด

3)ต้องวางแผนการก่อสร้างได้ “บ้านเค้าไม่ใช่บ้านเรา”
สถาปนิกคือนักประสาน 10 ทิศ…..ดังนั้นต้องรู้ขั้นตอนตั้งแต่งานเริ่มจนจบ….

เมื่อสถาปนิกสามารถที่จะออกแบบงานออกมาได้แล้ว ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น คุณยังต้องเป็นนักประสานงานที่ดีที่คอยประสานงาน ระหว่างการก่อสร้างได้ เพื่อให้งานที่่อยู่ในแผ่นกระดาษของเราออกมาเป็นชิ้นงานจริงให้สมบูรณ์แบบที่สุด สถาปนิกจึงเป็นบุคคลแรกที่เจ้าของงานจะต้องคุยขอคำแนะนำ เรื่องการก่อสร้างและงานวิศวกร เมื่อเริ่มงานตกแต่งก็ต้องเป็ยสถาปนิกอีกแระครับที่ต้องคุยกับมัณฑณากร จนไปถึงการประสานงานเรื่องวัสดุในการใช้งาน

 

4)ต้องเข้าใจงานออกแบบภายใน
โคตรสำคัญ เพราะคนอยู่ในบ้านไม่ได้อยู่ในกล่องจริงไม๊ครับ?…..

ภายนอกสวยงามแต่ภายในล้มไม่เป็นท่าก็คงจะไม่ใช่ความประสบผลสำเร็จของ การออกแบบว่ามั้ยครับ แน่นอนมากที่สุดที่สถาปนิกคำนึงในการออกแบบ ให้ภายในและภายนอกสัมพันธ์กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกสบาย ความสวยงาม และอีกหลายๆอย่าง จุดนี้แระครับที่ทำให้ผมเองเลือกทำงานแบบ Architect in Interior  หมายความว่า ในขณะที่ผมออกแบบสถาปัตยกรรม ผมก็จะออกแบบภายในไปด้วย

 

5)ต้องมีประสบการณ์
ทุกอาชีพต้องการคำนี้ที่สุด….

อันนี้ก็สำคัญครับ เห็นมากก็รู้มาก ประสบการณ์มาก ก็สามารถเลิอกหยิบมาใช้งานได้เยอะ สถาปนิกจึงจำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะประสบการณ์ความชอบและรสนิยม เพราะจริงๆแล้วสถาปนิกไม่ได้ทำงานช่าง แต่สถาปนิกทำงานในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย มั่นหาประสบการณ์และการเรี่ยนรู้สิ่งใหม่นะครับ นอกจากประสบการณ์ด้านชีวิตแล้ว ประสบการณ์ในการทำงานก็สำคัญครับ สถาปนิกที่ดีต้องสามารถออกแบบงานได้หลายรูปแบบ หลายๆลักษณะงาน ครับ

6)ต้องเข้าใจงานระบบต่างๆ
อาคาร 1 หลัง มีระบบไฟฟ้า, สุขาภิบาล, เครื่องกล มาเกี่ยวข้องมากมาย นั่นคือสิ่งที่สถาปนิกต้องรู้ครับ…..

ไม่ใช่แค่ออกแบบอาคารสวย ดูแปลกตาแล้วจะเรี่ยกว่าออกแบบดีนะครับ อย่างที่ผมเกริ่นไว้ข้างต้น  อาคาร 1หลัง มีระบบต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่า 1ระบบแน่นอนและก็เป็น สิ่งที่สถาปนิกต้องรู้ เพื่อวางแผนงานระบบต่างในแบบก่อสร้าง ไม่ใช่ออกแบบบ้านสวยมาก แต่ระบบไฟฟ้าในบ้ายยุ่งวุ่นวายสบสนในการใช้งาน  หรือระบบปะปามารื้อทำใหม่หลังจากก่อสร้างเสร็จ

 

7)ต้องรู้จักวัสดุเยอะๆ

ข้อดี, ข้อเสีย, วิธีการติดตั้ง, ราคาโดยประมาณ ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงเสมอไป รู้จักใช้วัสดุ
ผสมผสาน แล้วออกมาดดูดี ตรงประโยชน์ใช้สอยนั่นคือ “ความคุ้มค่า” เมื่อเทคโนโลยีก้่วไปข้งหน้าอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้พัฒนาวัสดุไม่หยุดนิ่ง สถาปนิกก็ไม่ควรหยุดนิ่งครับ ต้องคอยอัพเดจอยู่เสมอ

 

 

8)ต้องมีจิตอาสา “เติมเต็มสังคม”

มุมมองการออกแบบที่ให้ประโยชน์กับสังคมเป็น
เรื่องที่สถาปนิก ต้องมี เพราะเราคือ
“นักออกแบบเมือง”

งานของสถาปนิกไม่ใช่เพียงการออกแบบอาคารเพื่อใครบางคนครับ แต่ผลงานที่ถูกสร้างขึ้นต่อไป จะเป็นตัวกำหนดถึงพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารได้เลย ดังนั้นบางเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวมเมื่อมีโอกาสให้วิชาชีพสถาปนิก เข้าไปช่วยเหลือได้ได้ก็ควรทำ ด้วยคว่มเต็มใจ เช่น ช่วยออกแบบสวนสาธารณะของหมู่บ้าน ออกแบบสีอาคารของโรงเรียน และยังมีอีกมากมายที่สถาปนิกช่วยได้จริงมั้ลยะครับ

9)ต้องคิดถึงคนชรา & คนพิการ

“วันหนึ่งสถาปนิกเองก็ต้องแก่เหมือนกันจริงมั้ยครับ?”

บางทีผมว่ามันเป็นความสุขใจเหมือนกันนะครับ ที่เรามีโิกาสช่วยเหบือคนกลุ่มนี้ผ่านวิชาชีพสถาปนิกด้วย

 

10)ต้อง (ควร) มีครอบครัวที่อบอุ่น

อาจไม่ต้องแต่ก็ควร เพราะสถาปนิกเองไงที่ต้องออก
แบบบ้าน เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ลูกค้าด้วยความ
เข้าใจจากข้างในลึกๆครับ

11)ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบสภาสถาปนิก

กฎ กติกา, มารยาท, การอยู่ร่วมกันในทุกชุมชนสำคัญมากครับ

ไม่เอาผลงานของคนอื่นมาแอบอ้าง ไม่ยกตนข่มท่าน ในขณะเดียวกัน

เหล่าสถาปนิกก็ควรเรียกร้อง สิทธิ์ในการทำงานของวิชาชีพสถาปนิกด้วย เช่นร่วมกันสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่ดี ไม่ให้นายทุน หรือเจ้าของงานบางคนมาเอาเปรียบเรา ด้วยการกดราคาค่าออกแบบหรือหลอกให้ทำงานฟรี

 

12)ต้องเคยไปต่างประเทศ

มุมมองจะถูกเปิดกว้างจากการเที่ยวชม
อารยสถาปัตย์ในประเทศอื่นๆ

 

จริงๆแล้วทุกวิชาชีพล้วนมีความ”ต้อง”ที่เหมือนกัน
จิตสำนึกจะทำให้ทุกวิชาชีพเข้มแข็งอย่างมีคุณค่าครับ^

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: