อะไรคือ สถาปัตยกรรม โรมาเนสก์ (Romanesque architecture)

โรมาเนสก์

สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ (Romanesque architecture) เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมตะวันตกที่เริ่มราวศตวรรษที่ 6 จนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 ไปจนกระทั่งในยุคศตวรรษที่ 12 สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์มีการพัฒนาเป็นสไตล์โกธิค มีการเพิ่มส่วนโค้งแหลม หรือที่เรียกว่า Arches

ในอังกฤษ จะเรียกกันว่า “สถาปัตยกรรมนอร์มัน”

Arches เป็นพื้นที่บริเวณที่มีการตกแต่งด้วยซุ้มโค้ง ต่อเนื่องกัน มีระยะและจังหวะที่ชัดเจน โดยในส่วนโค้งจะมีเสารองรับด้วยตอม้อ มีการตกแต่งอย่างสวยงาม

สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานคุณลักษณะของอาคารโรมันโบราณและไบแซนไทน์ และประเพณีท้องถิ่นอื่นๆ มีความมโหฬาร, กำแพงหนา, โค้งมน, เสาที่แข็งแรง, ห้องใต้ดิน, หอคอยขนาดใหญ่และการตกแต่งด้วย Arches ซึ่งอาคารแต่ละหลังมีรูปแบบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมักเป็นแผนผังที่สมมาตรและสม่ำเสมอ รูปลักษณ์โดยรวมถือว่าเรียบง่ายเมื่อเทียบกับอาคารสไตล์โกธิก สไตล์โรมาเนสก์นี้สามารถเห็นได้ทั่วทั้งยุโรป แม้จะมีลักษณะเฉพาะของภูมิภาคและวัสดุที่แตกต่างกัน ปราสาทหลายแห่งถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ อีกทั้งยังมีคริสตจักรเกิดขึ้นจำนวนมาก

สถาปัตยกรรมบางแห่งยังมีความสมบูรณ์แบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจุบัน แม้บางแห่งจะทรุดโทรมไปบ้างตามการใช้งานของคริสตจักร และยังมีโบสถ์คริสต์สร้างขึ้นเสร็จจำนวนมากที่เกิดขึ้นในยุคสมัยโรมาเนสก์ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ที่ยังคงมีให้เห็นทั่วยุโรป อังกฤษ และโปรตุเกส เพื่อแสดงความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนา 

คำว่า “โรมาเนสก์” ใช้เป็นครั้งแรก โดย นักโบราณคดี ชาร์สส์-อเล็ก ซีส -อาเดรียน มอง เอริส สิเยร์ เดอ แชวิลล์ เมื่อต้นปีคริสต์ วรรษ ที่ 19

Romanesque architecture
Romanesque architecture

เพื่ออธิบายสถาปัตยกรรมตะวันตก ที่เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 จนกระทั่งศตวรรษที่ 13 ในตอนที่สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายแหล่งยังเจาะจงไม่ได้ว่าสร้างเมื่อใด คำว่า “โรมาเนสก์” ถูกจำกัดเวลาให้แคบลงจากเดิมมาเป็นสถาปัตยกรรมตั้งแต่ปลายคริสตวรรษ ที่ 10 จนกระทั่งคริสตวรรษที่ 12 คำนี้เล่าถึงลักษณะที่เป็นศิลปะในยุคกลางแต่เป็นก่อนยุค สถาปัตยกรรมกอธิค ที่ยังรักษารูปลักษณ์แบบสิ่งปลูกสร้างโรมันไว้อยู่ ได้แก่ ซุ้มโค้ง เลยดูราวกับว่าเป็นศิลปะที่สืบเนื่องมาจาก โรมัน ซึ่งมีความเรียบง่าย แต่ถึงอย่างนั้นกระบวนการก่อสร้างไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนสิ่งก่อสร้างโรมัน

คำว่า “สถาปัตยกรรมก่อนโรมาเนสก์” หมายถึงสถาปัตยกรรมภายในเยอรมนี ในสมัย Carolingian และ Ottonian ในขณะเดียวกัน “สถาปัตยกรรมก่อนโรมาเนสก์ต้น”จะหมายถึงสิ่งปลูกสร้างในอิตาลี สเปน และบางพื้นที่ของฝรั่งเศส ที่ มีลักษณะโรมาเนสก์แต่ผสมผสานกับอิทธิพล ของ Abbaye de Cluny


ความเป็นมาของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์

สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ได้กระจายไปทั่วยุโรปในยุคจักรวรรดิโรมัน ถึงแม้นักประวัติศาสตร์ศิลป์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จะบอกว่า สถาปัตยกรรมโรมานสก์เป็นสถาปัตยกรรมที่สืบเนื่องมาจากสถาปัตยกรรมโรมัน

แต่ว่าตามจริงแล้ว ในตอนนั้นกรรมวิธีการ สร้างสิ่งปลูกสร้างของโรมันหายไปเกือบจะหมดเกลี้ยงจากทวีปยุโรปแล้วเมื่อมาถึงยุคโรมาเนสก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเหนือของยุโรป ซึ่งแทบจะไม่ได้ใช้การก่อสร้างแบบโรมัน เว้นเสียแต่จะเป็นอาคารบ้านเรือนใหญ่ๆ ยิ่งแถบสแกนดิเนเวียการก่อสร้างแบบโรมันนั้นไม่ได้มีชื่อเสียงและไม่ได้เป็นที่รู้จักเลยอีกด้วย

ดังนั้น การก่อสร้างแบบโรมันกับสถาปัตยกรรม โรมาเนสก์ก็เลยไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆแม้แต่น้อย ต่อให้มีบาซิลิกา ใหญ่ ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นในยุคโรมันที่ยังมีการใช้งานอยู่ในยุคนั้นเป็นหลักฐาน ซึ่งสิ่งที่มีอิทธิพลต่อคนเขียนแบบในยุคกลางนั้นไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างของโรมัน แต่ว่าเป็นบาซิลิกาแปดเหลียม แบบไบแซนไทน์ ซึ่ง Basilica of San Vitale ที่เมืองราเวนนา อิตาลี เหมือนกับ Palatine Chapel ที่สร้าง โดย พระเจ้าชาร์เลอมาญ (Charlemagne) เมื่อปีคริสต์ศักราช 800

Romanesque architecture

ศาสนาและความเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์

ในระหว่างปลายคริสต์ศตรรษที่ 11 ถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ได้มีการปลูกสร้างคริสต์ศาสนสถานกันมากขึ้น สถาปัตยกรรมเหล่านี้ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่โตก็ยังคงตั้งอยู่ และยังมีการใช้ประกอบพิธีทางศาสนากันมาจนกระทั่งทุกวันนี้ และหากจะกล่าวถึงคริสต์ศาสนสถานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เช่น วัดซานตามาเรียอินคอสเมดิน (The Basilica of Saint Mary in Cosmedin) หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของ หอศีลจุ่มซานจิโอวานนิ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟลอเร็นซ์ และอีกที่ที่มีชื่อเสียง คือ  บาซิลิกาซานเซโน (Basilica di San Zeno) ตั้งอยู่ที่เวโรนา อิตาลี

คริสต์ศาสนสถานสไตล์โรมาเนสก์ ที่มีชื่อเสียงในเมืองก็อง ฝรั่งเศส อย่างแอบบีดามส์ (The Abbaye aux Dames) และแอบบีโอม (Abbaye-aux-Hommes) นั้นนอกเหนือจากสำนักสงฆ์แล้ว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ท้องถิ่น หรือประจำหมู่บ้านทางเหนือของฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อยนั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์

ที่สเปนจะสามารถเจอวัดโรมาเนสก์ได้ที่สำนักสงฆ์สำหรับผู้แสวงบุญที่มีการก่อสร้างตามทางไปจนถึงซานเตียโกเดกอมโปสเตลา (Santiago de Compostela) และก็ตัวมหาวิหารนี้เองก็มีสไตล์เป็นแบบโรมาเนสก์ ในขณะที่อังกฤษ มหา วิหาร 27 แห่ง เว้นแต่เพียงอาสนวิหารซอลส์บรี (Salisbury Cathedral) หรืออีกชื่อคือ อาสนวิหารเซนต์แมรี (Cathedral of Saint Mary) มีการย้ายที่ตั้งออกจากโอลด์เซรัม (Old Sarum) ล้วนแล้วแต่มีการก่อสร้างสไตล์โรมาเนสก์ทั้งนั้น และวิหารอีกหลาย ๆ แห่งที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ดังเช่น อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี (Canterbury Cathedral) ที่สร้างขึ้นใหม่บนที่ตั้งของโบสถ์แซกซอน (Saxon churches)

Leave a Reply

%d bloggers like this: